ดูแลผู้ป่วยอย่างไรไม่ให้กล้ามเนื้อลีบ

ดูแลผู้ป่วยอย่างไร
ไม่ให้เกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย

Masthed image
Masthed image
Masthed image

การทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันนั้น ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นหลัก โดยความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อจะขึ้นอยู่กับช่วงวัยและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำในแต่ละวัน ดังนั้น เมื่ออายุมากขึ้น กิจกรรมที่บางอย่างที่เคยทำได้ก็อาจลดลงหรือแทบไม่ได้ทำ การใช้กล้ามเนื้อก็น้อยลงตามไปด้วย ทำให้กล้ามเนื้อเริ่มเกิดการฝ่อและมวลกล้ามเนื้อค่อยๆสลายไปเรื่อย ๆ และเมื่ออายุเข้าสู่วัย 40 ปี ร่างกายจะเริ่มสูญเสียกล้ามเนื้ออย่างสังเกตได้

นอกจากการสลายของกล้ามเนื้อ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยก็เป็นอีกภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ติดเตียง เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายทำได้อย่างจำกัด ทำให้กล้ามเนื้อของผู้สูงอายุติดเตียงสลายไปเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งอันตรายจากภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยอื่น ๆ รวมถึงภาวะที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น ผู้ใกล้ชิดจึงจำเป็นต้องทราบถึงสาเหตุและวิธีปฏิบัติในการดูแลผู้สูงอายุที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเหล่านี้

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น 

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยกับผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องนอนติดเตียงเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ส่งผลให้สูญเสียความแข็งแรง ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง สังเกตได้จากขนาดของกล้ามเนื้อที่เล็กลง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องและกล้ามเนื้อต้นแขนที่จะสังเกตเห็นได้ง่าย หากเริ่มมีขนาดเล็กลงควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะมีผลให้เกิดมวลกล้ามเนื้อสลายได้เร็วยิ่งขึ้น  

ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญทีทำให้ผู้ป่วยหกล้มบ่อยขึ้น และเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยสามารถป้องกันได้ด้วยการ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ออกกำลังกายมากขึ้น และที่สำคัญคือ การปรับโภชนาการให้เหมาะสม สาเหตุหนึ่งของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยอาจมาจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานต่อวันไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ร่างกายต้องไปสลายมวลกล้ามเนื้อมาเสริมเป็นแหล่งพลังงานทดแทน  

 
ปรับโภชนาการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 

เพื่อป้องกันการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อการนำไปใช้ในแต่ละวัน โดยควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานจากไขมันดีที่มีโอเมก้า 3 เช่น อะโวคาโด ถั่ว เนื้อปลา หรืองา  และบริโภคโปรตีนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนชนิดที่มีกรดอะมิโนจำเป็นและมีลิวซีนสูง เช่น ถั่วเหลือง หรือธัญพืชที่ไม่ได้ขัดสี รวมถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อปลาหรือเนื้อวัว เพื่อช่วยเสริมสร้างเส้นใยของกล้ามเนื้อ1,2  

ในกรณีของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บริโภคโปรตีนได้น้อย การเลือกผลิตภัณฑ์อาหารสูตรครบถ้วนที่มีส่วนผสมของโปรตีนที่หลากหลาย วิตามิน และเกลือแร่ ชนิดผงหรือชนิดน้ำเสริมร่วมด้วย จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง ในการช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย 

 

กิจกรรมเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพกล้ามเนื้อ

นอกจากการปรับโภชนาการในแต่ละมื้อแล้ว ผู้ป่วยควรได้ออกกำลังกายหรือทำกายบริหารเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่วมด้วย3 แต่เมื่อผู้ป่วยมีอาการติดเตียงทำให้การออกกำลังกายจำเป็นต้องทำแบบ Passive Rehabilitation Exercise โดยเน้นที่การเคลื่อนไหวข้อ เพื่อป้องกันอาการข้อติดและกล้ามเนื้อลีบ ซึ่งการเลือกท่ากายบริหารควรทำอย่างช้า ๆ อย่างน้อยท่าละ 10 ครั้ง ครั้งละ 3 เซ็ต ดังนี้ 

  • ขยับแขน – ขา ขึ้นลงช้า ๆ โดยให้จับที่บริเวณข้อศอกและข้อมือของผู้ป่วยให้งายขึ้น และยกขึ้นในแนวราบจนขนานกับบริเวณหูของผู้ป่วย จากนั้นให้ยกลงช้า ๆ 

  • กางหุบ - แขน โดยเริ่มจับที่บริเวณข้อศอก และข้อมือของผู้ป่วยพร้อมกางแขนออกมาด้านข้าง ค่อย ๆ งอข้อศอกและเหยียดแขนขึ้นชิดศีรษะ แล้วจึงงอข้อศอกกลับมาในทิศทางเดิม

  • งอ - เหยียดข้อศอก โดยวางแขนของผู้ป่วยให้แนบกับลำตัว แล้วหงายฝ่ามือขึ้น งอข้อศอกขึ้นจนมือแตะไหล่ผู้ป่วย แล้วจึงเหยียดออกช้า ๆ

  • งอ - เหยียดข้อสะโพก โดยยกขาผู้ป่วยขึ้นแล้ววางตั้งไขว้กับขาอีกข้าง ค่อย ๆ กดน้ำหนักลงจนตึง จึงคลายออก

นอกจากทำกายบริหารแล้วควรหากิจกรรมฝึกสมอง และกิจรรมสร้างความบันเทิงอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตใจที่แข็งแรง เช่น กิจกรรมที่สามารถเล่นได้บนโต๊ะ เช่น หมากรุก เกมกระดาน ปริศนาอักษรไขว้ งานศิลปะและงานประดิษฐ์ชิ้นเล็ก เป็นต้น หรือกิจกรรมสันทนาการ เช่น การร้องเพลงร่วมกันกับผู้ป่วย เล่นเกมที่มีผู้เล่นร่วมกันหลายคน เป็นกิจกรรมที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนรอบข้างหรือคนในครอบครัว ถือเป็นกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายและแจ่มใสขึ้น 

 

ร่วมกับการรับประทานอาหารหลักให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อาหารทางการแพทย์ ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

TH.2025.61752.ENS.1 (v1.0)

 

Reference Information:

  1. Anaramanung (29 กุมภาพันธ์ 2020) TrueID, 3 อาหารสำหรับผู้ป่วยพักฟื้น, https://food.trueid.net/detail/Pb7vn4m9JNna
  2. RAMA CHANNEL, RAMA Square - โภชนาการอาหารกับผู้ป่วยช่วงพักฟื้น 12/05/63 l RAMA CHANNEL, https://www.youtube.com/watch?v=akR1eMV8iU4&ab_channel=RAMAChannel
  3. ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลพญาไท 3 (25 มีนาคม 2563), เคล็ด(ไม่)ลับ ให้คุณฟื้นฟูร่างกายได้เร็วหลังผ่าตัด, บทความ. https://www.phyathai.com/article_detail/2995/th/เคล็ด(ไม่)ลับ_ให้คุณฟื้นฟูร่างกายได้เร็วหลังผ่าตัด?branch=PYT3
  4. รศ.สมชาย รัตนทองคํา (2002). เอกสารประกอบการบรรยาย การอบรมพนักงานผู้ช่วยเจ้าหน้าที่อนามัย ณ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.ขอนแก่น. https://ams.kku.ac.th/aalearn/resource/edoc/handicap/4passive.pdf 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง