เสริมภูมิคุ้มกันให้ผู้ใหญ่วัย 45+

เข้าใจกับระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย

เข้าใจกับระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย
เข้าใจกับระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย
เข้าใจกับระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย

ระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในระบบที่มีความสำคัญต่อร่างกาย มีบทบาทในการนำสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย เพื่อนำไปใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เปลี่ยนเป็นพลังงาน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ  แต่เมื่ออายุมากขึ้นระบบต่าง ๆ ในร่างกายรวมถึงระบบทางเดินอาหารจะเสื่อมประสิทธิภาพลง ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา และทำให้คุณภาพชีวิตลดลง

การทำงานของระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย

ในการย่อยอาหาร ร่างกายมีระบบการทำงานเชิงกล คือ การเคี้ยว การกลืนผ่านหลอดอาหารที่ช่วยคลุกเคล้าอาหารที่กระเพาะและลำไส้ จากนั้นจะเป็นการย่อยเชิงเคมีโดยน้ำย่อยชนิดต่าง ๆ ซึ่งผลิตมาจากตับ ตับอ่อนและถุงน้ำดีในทางเดินอาหาร

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ระบบย่อยและการดูดซึมสารอาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามการเสื่อมถอยของร่างกาย ตั้งแต่การนำอาหารเข้าสู่ร่างกายอาจมีปัญหา ความอยากทานอาหารที่ลดลง ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหารโยกคลอน การบดเคี้ยวทำได้ไม่ดี การไหลผ่านของอาหารจากลำคอสู่กระเพาะอาหารช้าลง การบีบรัดตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารลดลง จนถึงประสิทธิภาพการย่อยและดูดซึม น้ำย่อยในกระเพาะอาหารลดความเป็นกรดลง

นอกจากนี้ อาจเกิดอาการท้องผูกจากการที่ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ย่อยง่าย เหมาะสมกับระบบย่อยอาหารของผู้สูงวัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ 

การดูแลระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย

การดูแลระบบย่อยอาหารในผู้สูงวัย เกี่ยวข้องกับอาหารและพฤติกรรมการกินที่จะช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น และสามารถขับถ่ายได้ตามปกติ ผู้สูงวัยจึงควรดูแลสุขภาพตั้งแต่ช่องปาก ฟันและเหงือก เพื่อป้องกันโรค ดูแลไม่ให้เกิดแผลในปาก รวมถึงงดสูบบุหรี่และดื่มเหล้าเพราะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำจิตใจให้แจ่มใส่ ไม่เครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ และฝึกการขับถ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ท้องผูก ภาวะของโรคในผู้สูงวัยบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน มีโอกาสทำให้ท้องผูกได้ง่าย ผู้สูงวัยบางคนรับประทานอาหารน้อยลง และบางคนก็รับประทานอาหารที่มีกากใยไม่ค่อยได้ ก็เป็นสาเหตุให้ขับถ่ายยากและท้องผูกได้เช่นเดียวกัน 

การกินเพื่อระบบย่อยอาหารที่ดี

การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของระบบย่อยอาหาร ควรเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายและช่วยในการขับถ่าย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบย่อย ดังนี้  

  • ผู้สูงวัยควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอและรับประทานไขมันไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานที่ต้องการในแต่ละวัน
  • ควรเน้นโปรตีนจากไข่ เนื้อสัตว์ และปลา และไม่ควรให้ผู้สูงวัยได้รับอาหารโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้การย่อยและดูดซึมอาหารไม่ดี และเป็นภาวะเสี่ยงต่อไตในการขับถ่ายของเสีย
  • ผู้สูงวัยบางคนที่ไม่ได้ดื่มนมเป็นประจำ อาจมีอาการท้องอืดหรือท้องเดินได้ เพราะร่างกายไม่สามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตที่เป็นน้ำตาลแลคโตส จึงอาจค่อย ๆ ปรับสภาพร่างกายด้วยการเลือกนมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลแลคโตสก่อน
  • ควรรับประทานผักและผลไม้ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุ รวมถึงใยอาหารที่จะช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น เช่น กล้วยน้ำว้าสุก ส้ม มะละกอ ชมพู่ เป็นต้น
  • ผู้สูงวัยอาจรับประทานได้ไม่มาก จึงอาจแบ่งเวลารับประทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ 4 – 5 มื้อในช่วงวัน เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารเพียงพอ
  • ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้อย่างสมดุล

 

 

TH.2022.26780.ENS.1(v1.0)©2022Abbott

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง