แนวทางรักษาโรคเบาหวาน

สะสมน้ำตาลในเลือด =
สะสมความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน

Banner
Banner
Banner

สะสมน้ำตาลในเลือด = สะสมความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน

ระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (HbA1c) เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการควบคุมโรคเบาหวานในระยะยาว หากค่า HbA1c สูงเกินเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนเรื้อรังในหลายระบบของร่างกาย1

ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c): กุญแจสำคัญในการดูแลโรคเบาหวาน

การตรวจระดับ HbA1c คือการตรวจระดับ “น้ำตาลสะสม” ในเลือดเฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 2-3 เดือน แพทย์มักใช้ค่า HbA1c เพื่อติดตามประสิทธิภาพของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และประเมินความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนในผู้เป็นเบาหวาน1

หากค่า HbA1c สูงกว่าระดับเป้าหมาย แสดงว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่เหมาะสม และควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด1

โรคแทรกซ้อนที่สัมพันธ์กับระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูง

การมีระดับ HbA1c สูงต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานในระยะยาว ได้แก่

  • ดวงตา – เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขึ้นจอตา มองเห็นไม่ชัด และอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น2
  • ไต – ระดับน้ำตาลสูงทำให้ไตทำงานหนัก เกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง3
  • หัวใจและหลอดเลือด – เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจตาย และโรคหลอดเลือดสมอง4,5
  • ระบบประสาท – เสี่ยงต่อภาวะปลายประสาทอักเสบ อาการชา ปวด และแผลเรื้อรังที่เท้า6

บทบาทของค่าระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ในการวางแผนการรักษา

ระดับ HbA1c เปรียบเสมือน “เข็มทิศ” ที่ช่วยแพทย์ในการ:

  • ประเมินผลการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย
  • ปรับแผนการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย
  • ปรับขนาดยา หรืออินซูลินให้เหมาะสม

การติดตามค่า HbA1c อย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกิดไป และช่วยให้การดูแลโรคเบาหวานมีประสิทธิภาพมากขึ้น7

แนวทางดูแลระดับค่าระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ให้อยู่ในเป้าหมาย

  • ตรวจวัดระดับ HbA1c ตามรอบที่แพทย์แนะนำ
  • ควบคุมอาหารและปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ปฏิบัติตามแผนการรักษาและคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ข้อควรทราบ

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางกางแพทย์

ร่วมกับการรับประทานอาหารหลักให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่าเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อาหารทางการแพทย์ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

เอกสารอ้างอิง

  1. Sherwani SI, Khan HA, Ekhzaimy A, Masood A, Sakharkar MK. Significance of HbA1c Test in Diagnosis and Prognosis of Diabetic Patients. Biomark Insights. 2016;11:95-104.
  2. Nentwich MM, Ulbig MW. Diabetic retinopathy - ocular complications of diabetes mellitus. World J Diabetes. 2015;6(3):489-499.
  3. Selby NM, Taal MW. An updated overview of diabetic nephropathy: Diagnosis, prognosis, treatment goals and latest guidelines. Diabetes Obes Metab. 2020;22 Suppl 1:3-15.
  4. Zoungas S, Chalmers J, Ninomiya T, et al. Association of HbA1c levels with vascular complications and death in patients with type 2 diabetes: evidence of glycaemic thresholds. Diabetologia. 2012;55(3):636-643.
  5. Chen R, Ovbiagele B, Feng W. Diabetes and Stroke: Epidemiology, Pathophysiology, Pharmaceuticals and Outcomes. Am J Med Sci. 2016;351(4):380-386.
  6. Su JB, Zhao LH, Zhang XL, et al. HbA1c variability and diabetic peripheral neuropathy in type 2 diabetic patients. Cardiovasc Diabetol. 2018;17(1):47.
  7. Richardson CR, Borgeson JR, Van Harrison R, et al. Management of Type 2 Diabetes Mellitus [Internet]. Ann Arbor (MI): Michigan Medicine University of Michigan; 2021 Oct. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK579413/.
  8. Tey SL, Chee WSS, Deerochanawong C, et al. Diabetes-specific formula with standard of care improves glycemic control, body composition, and cardiometabolic risk factors in overweight and obese adults with type 2 diabetes: results from a randomized controlled trial. Front Nutr. 2024;11:1400580.

TH.2025.66003.GLU.1 (v1.0) ©2025 Abbott

บทความที่เกี่ยวข้อง