แนวทางรักษาโรคเบาหวาน

อยากคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c)
แค่ลดหวานอาจไม่พอ

Banner
Banner
Banner

อยากคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) แค่ลดหวานอาจไม่พอ

การควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ให้เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลเบาหวานอย่างมีคุณภาพ การลดอาหารหวานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศับการปรับพฤติกรรมหลายด้านร่วมกัน1-3

ทำไมการลดหวานอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

แม้ว่าการลดอาหารหวานจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้บางส่วน แต่ระดับ HbA1c ยังได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น

  • ชนิดและปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่รับประทาน
  • การออกกำลังกายและการใช้พลังงานของร่างกาย
  • การตอบสนองของอินซูลิน
  • การใช้ยาตามแผนการรักษา1-3

ดังนั้น การดูแลระดับ HbA1c จึงควรเป็นการจัดการแบบองค์รวม

3 พฤติกรรมหลักที่ช่วยควบคุมระดับ HbA1c

1)  ปรับการกินให้เป็นมิตรกับร่างกาย

  • เลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยและดูดซึมช้า
  • จำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในแต่ละมื้อ
  • รับประทานโปรตีน ใยอาหาร และสารอาหารให้หลากหลายเพียงพอ1,2

2)  ขยับร่างกายให้สม่ำเสมอ

  • เพิ่มการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เช่น เดินให้มากขึ้น
  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลได้ดีขึ้น3

3) ใช้ยาตามคำแนะนำแพทย์

  • รับประทานหรือใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่หยุดยาเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด4

ตัวช่วยด้านโภชนาการในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c)

การควบคุมระดับ HbA1c อาจเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถเตรียมอาหารสุขภาพได้ทุกมื้อ ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณา อาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน (Diabetes-Specific Formula: DSF) ซึ่งออกแบบสารอาหารให้เหมาะสมกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยสนับสนุนการตอบสนองของอินซูลิน4,5,6

มีข้อมูลการศึกษาพบว่า การใช้อาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้เป็นเบาหวานร่วมกับการรักษาตามมาตรฐาน อาจมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) รวมถึงช่วยควบคุมน้ำหนักและองค์ประกอบของร่างกายได้

อาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (Diabetes-Specific Formula: DSF)

ถูกออกแบบให้มีสัดส่วนสารอาหารที่เหมาะสมกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น การเลือกใช้คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยและดูดซึมช้า ร่วมกับโปรตีน ไขมัน และใยอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอยากค่อยเป็นค่อยไป และลดความผันผวนของระดับน้ำตาล4

อาหารทางการแพทย์สูตรเบาหวานบางสูตรยังมีแนวคิด Dual Insulin Action โดยเสริมสารอาหารอย่าง ไมโอ-อิโนซิทอล (myo-inositol) และ โครเมียม ซึ่งมีบทบาทช่วยสนับสนุนการทำงานของอินซูลิน และลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน5,6

จากข้อมูลการศึกษาทางคลินิกพบว่า ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับอาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับการรักษาตามมาตรฐานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 90 วัน อาจมีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) รวมถึงช่วยปรับอางค์ประกอบร่างกายและปัจจัยเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือดให้ดีขึ้น7

การนำอาหารทางการแพทย์สูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ จึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้การควบคุมระดับ HbA1c ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ข้อควรทราบ

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางกางแพทย์

ร่วมกับการรับประทานอาหารหลักให้หลากหลายครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่าเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

อาหารทางการแพทย์ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

เอกสารอ้างอิง

  1. Sami W, Ansari T, Butt NS, et al. Effect of diet on type 2 diabetes mellitus: A review. Int J Health Sci (Qassim). 2017;11(2):65-71.
  2. Minari TP, Tácito LHB, Yugar LBT, et al. Nutritional Strategies for the Management of Type 2 Diabetes Mellitus: A Narrative Review. Nutrients. 2023;15(24):5096.
  3. Syeda USA, Battillo D, Visaria A, et al. The importance of exercise for glycemic control in type 2 diabetes. Am J Med Open. 2023;9:100031.
  4. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย. Updated August 2023. Accessed August 1, 2025. https://www.thaiendocrine.org/.
  5. Kamalesh DR, Geetha KM. Role of dietary myo-inositol in diabetes and diabetic complications. J Chem Health Risks. 2025;15(1):737-750.
  6. Hua Y, Clark S, Ren J, et al. Molecular mechanisms of chromium in alleviating insulin resistance. J Nutr Biochem. 2012;23(4): 313–319.
  7. Tey SL, Chee WSS, Deerochanawong C, et al. Diabetes-specific formula with standard of care improves glycemic control, body composition, and cardiometabolic risk factors in overweight and obese adults with type 2 diabetes: results from a randomized controlled trial. Front Nutr. 2024;11:1400580.

TH.2025.66003.GLU.1 (v1.0) ©2025 Abbott

บทความที่เกี่ยวข้อง